ประวัติ ซาดิโอ มาเน่ ความฝันที่ไม่มีใครเชื่อ

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่ จากความฝันที่ไม่มีใครเชื่อจนมาเป็นดาวรุ่งในวันนี้

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่ พ่อแม่ คิดว่า ฟุตบอล เป็นเรื่อง เสียเวลาแล้ว ไม่มีทาง ที่จะประสบ ความสำเร็จ ได้พวกเขา ไม่เคย เชื่อในตัว ผมเลยคำบอก เล่าจาก ปากเด็ก คนนึง ที่เติบโต มาพร้อม กับความฝัน ที่ไม่เคย มีใครเชื่อ มันนอกจาก ตัวเขาเอง  มาเน่ เฝ้าฝัน ถึงฟุตบอล มาตั้งแต่เด็กมันเริ่ม ตั้งแต่ ชีวิตครอบครัว ของเขานั้น ที่ยากลำบาก ชนิดที่ว่า ไม่มีเงิน ส่งเขา ไปเรียน

หนังสือ แต่ใน อีกทาง มันก็ทำให้ เขารู้จัก ฟุตบอลโดยตัวเขา เล่าว่า มันเป็น ความฝันเดียว ของผม ในตอนที่ ผมยังเป็น เด็กๆ ผมออก ไปเตะบอล ข้างถนน ผมจำได้ ว่าผมอยู่ กับลูกฟุตบอล เสมอผมดูพรีเมียร์ลีก ดูทีมชาติ เราลงแข่ง และจินตนาการ ว่าสักวัน ผมจะเป็น เหมือนพวกเขา มันเป็น ความฝัน สูงสุด จริงๆ ตัวเขาเอง และมัน คือประโยค ประโยค ที่แสดง ถึงความ มุ่งมั่น

และความฝัน เพียงหนึ่งเดียว ของเจ้าตัว นักฟุตบอล แต่อุปสรรค ที่หนักหนา ที่สุด ที่ขว้าง เขา ไว้คือ ไม่มีใครเชื่อ ในตัวเขานอกจาก ตัวเขาเอง ด้วยความ ที่ครอบครัวผม ไม่มีใครเคยจะเอาชนะ ทุกคน ที่มา ขว้างหน้าได้ แม้เขาสามารถ เลี้ยงผ่าน ทุกคนที่คอยดูเขา แต่อย่างไร ก็ตาม เขา ไม่เคยข้าม กำแพง ของพ่อแม่ ได้เลย จนเมื่อถึง วันนึง ทุกอย่าง มันก็เปลี่ยนไป

 

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่

คงไม่เชื่อ ในตัวเขา แต่เขาก็ยังคงยืนกราน ในความ เชื่อของตัวเองดี เพื่อนของ เขากล่าว ถึงมาเน่ แหละเขา พยายามแสดง ให้พ่อแม่เห็น รักฟุตบอลมากมาย เพียงใดเขาอยู่ กับมัน

ทุกช่วงเวลา ตัวเขา ฝึกจน เก่งกาจ ที่สุด ในชุมชน ไม่มีใคร สามารถหยุด เขาได้ และสุดท้าย พ่อแม่เห็น ฟุตบอลสำคัญ กับลูกชาย ยังไงพวกเขา ยอมส่ง ลูกชาย ออกไปทำ ตามความฝัน

ด้วยครอบครัว และคน ในหมู่บ้าน รวมเงิน ค่าส่งเขา ไปเมืองหลวง เพื่อความฝัน เพียงหนึ่งเดียว ของเขาและด้วยฝีเท้า ด้วยศักยภาพ ที่สุดยอด ถ้าเขา ได้ไปคัด ฝีเท้าทีมเยาวชน ยังไง

เขาก็ได้ เป็นนักฟุตบอล แน่ๆ ความฝัน มันอยู่ใกล้ แค่เอื้อมมือ จริงๆแต่อย่างไร ก็ตามชีวิต ไม่ได้ง่ายดาย ขนาดนั้น โดยเขา เล่าว่า เมื่อผม ไปถึงที่นั้น ผมไปทดสอบ ฝีเท้า กับทีมเยาวชน

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่

และผมไม่สามารถ อยู่ช่วงเวลานั้น ได้เลยมีชาย คนนึง เขามองมา ที่ผมเหมือน ว่าผมมาผิดที่ เขาถาม มาที่นี้ เพื่อทดสอบ ฝีเท้า ใช่ไหม ผมตอบไปว่า ใช่ครับ และเขาก็ถามต่อ ด้วยรองเท้า คู่นี้น่ะ

เขามอง มาที่รองเท้าผม และพูด ต่อว่า คุณจะเล่น ได้ยังไง ถ้าใส่รองเท้าคู่นี้ มันมันดูแย่ มากมันเก่า แล้วมันก็ขาด และดูกางเกง ตัวนั้นสิ คุณไม่มี แม้แต่กางเกงที่เหมาะสม ในการเล่น ฟุตบอล ไม่ซ้ำชาย คนนั้นกล่าว ทิ้งทายแล้ว

มันคือ สิ่งที่เด็กชาย คนหนึ่ง ต้องเจอ เมื่อเริ่มต้น ตามหาความฝัน และมันก็ เป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง คือไม่มี ใครเชื่อ ในตัวมาเน่เลย นอกจาก ตัวเขาเอง และหลังจาก เขา ได้ลงสนาม ชายคนนั้น มองด้วย สายตาที่แตกต่าง ออกไปรองเท้า เก่าๆคู่นั้น

กระชากผ่าน กองหลัง คนแล้ว คนเล่า ไม่เคย มีเด็กจาก เซเนกัล ที่เก่งกาจ แบบนี้มาก่อน หลังจาก จบการคัดตัว เขา ก็ถูกรับ เข้าทีมเยาวชน ทันทีและเขา บอกกับ ชายคนนั้น ว่าผมมาที่นี่ ด้วยทุกสิ่ง

ที่ผมจะสามารถทำได้ และเขาต้องการอย่างเดียว คือการเล่น เพื่อแสดงความสามารถของผมตัวเขาเองและ 2 ปีที่เขา อยู่กับทีมเยาวชน เขายิงไป มากกว่า 130 ประตู จากการ ลาลีกาผลบอลเมื่อคืน ลงสนาม 90 นัด 

และเขาได้ ตัดสินใจตามหาความฝัน ของตัวเอง อีกครั้งกับการ เดินทางไป ประเทศฝรั่งเศษ และในตอนอายุ 19 ปี เขาได้รวมทีมเยาวชน ในฝรั่งเศส เพื่อเป็น นักฟุตบอล พร้อมโทรไปบอกเรื่องนี้ กับแม่ของเขาว่าแม่ครับ

ผมออกมา อยู่ฝรั่งเศสนะแม่ แม่ตอบกลับ มาว่าฝรั่งเศษ อะไรของแก แกหมายความว่าไง แกอยู่เซเนกัล ไม่ใช่หรอเขา ย้ำอีกรอบว่าผม ไม่ได้อยู่ที่ บ้านเกิด อีกแล้ว ผมออกมาอยู่ ที่ยุโรป เขากล่าวว่า

แม่แทบไม่อยากเชื่อ ในสิ่งที่เกิดขึ้น แม่คอยโทรหาเขาทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่ามันคือ เรื่องจริง และแม้แต่วันที่เท้าเหยียบแผ่นดิน ที่ฝรั่งเศษครอบครัวก็ยังไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ไม่ซ้ำและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เจิดจรัสขึ้นเรื่อยๆ

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่

เขาตามหาสิ่งนี้มาทั้งชีวิตและแน่นอนว่ามันเต็มเปี่ยมด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นที่ไร้ขีดจำกัดจนเขาได้ถูกเรดบลูซัลบวกดึงตัวไปและเขารับสัญญามูลค่ามหาศาลต่อมาก็ถูกเซาแธมป์ตันดึงตัวไปร่วมทีมจนสุดท้ายที่ที่เขาจะสร้างประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูลในท้ายที่สุดระยะเวลาผ่านไปแล้วหลายปีตั้งแต่เขาเป็นเด็กที่เตะฟุตบอลข้างถนนกับรองเท้าขาดๆคู่นึงชีวิตที่เริ่มจากครอบครัวที่ไม่เชื่อในความฝัน

คนรอบตัวที่คอยดูถูกหรือแม้แต่ในวันที่เขาไปคัดตัวกับทีมเยาวชนในทุกช่วงเวลาในชีวิตต่อให้จะมีคนเชื่อในตัวเขาหรือไม่มีคนที่เชื่อในตัวเขาเลยสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปจากหัวใจผมคือความเชื่อมั่นความศรัทธาในตัวเองเขาเปลี่ยนเรื่องเพ้อฝันจากคนรอบข้างกลายเป็นความฝัน

ที่เป็นความจริงตอนนี้เขามีทุกอย่างในชีวิตเขาให้ทุกสิ่งทุกครอบครัวตอบแทนชุมชนของเขาเรื่องราวของตัวเขาเองทำให้เรารู้ว่าแม้คนทั้งโลกจะไม่เชื่อในตัวเราจะดูถูกความฝันของเราแต่อย่างน้อยคนหนึ่งคนที่เราควรเหลือไว้ก็คือตัวของเราเองเหมือนเขาที่เชื่อว่าเขาทำได้

ความพยายามของเขาไร้ขีดจำกัดถ้าคณะคติที่ยอดเยี่ยมจากเด็กน้อยรองเท้าขาดในวันนั้นสู่ดาวดังและความสโมสรลิเวอร์พูลผมยังอยากทำให้ดีกว่าเดิมยังอยากที่จะพัฒนาขึ้นไปอีกผมไม่คิดว่านี่คือที่สุดของอาชีพหรืออะไรอย่างนั้นผมยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อที่จะขึ้นไปอยู่ในจุดที่ผมอยากเป็นซาดิโอมาเน่ความฝันที่ไม่มีใครเชื่อ